การเลือกช่วงเวลาไปดำน้ำหรือเที่ยวทะเล

การไปเที่ยวทะเลในฤดูมรสุม หรือที่เราเรียกว่าช่วง Low Season สิ่งที่ต้องลุ้นอย่างแรกคือจะเจอพายุหรือไม่ ถ้าเจอพายุทริปนี้ก็กร่อยไปโดยปริยาย แต่ข้อดีของการเที่ยวช่วง Low Season คือเราก็จะได้ที่พักรวมถึงบริการต่างๆในราคาที่ถูกกว่าซึ่งจากที่ไปเที่ยวมาในช่วงนี้ก็ไม่แย่อย่างที่คิด

นอกจากพายุจะทำให้เราเที่ยวทะเลไม่สนุกแล้วสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวแปรสำคัญคือเรื่องกระแสน้ำ ซึ่งสำคัญพอๆกับว่าจะเจอพายุหรือไม่เพราะว่า น้ำใส น้ำขุ่น น้ำแรง ไม่แรง จะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เราไปเที่ยวด้วย สิ่งที่ไกด์นำเที่ยวสอนมาคือเรื่องของ น้ำเป็น น้ำตาย

น้ำตาย (neap tide) คือ น้ำในทะเลมีระดับน้ำขึ้นและลงน้อย เนื่องจากอิทธิพลของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ในช่วงเวลาที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์อยู่ในวงโคจรเกือบเป็นมุมฉากซึ่งกันและกันสัมพันธ์กับโลก ในแต่ละเดือนมีน้ำตาย 2 ช่วง คือ ช่วงกึ่งปักษ์แรก คือ ระหว่างขึ้น 5-9 ค่ำ และช่วงกึ่งปักษ์หลัง คือ ระหว่างแรม 5-9 ค่ำ

น้ำเป็น,น้ำเกิด (spring tide) คือ น้ำในทะเลมีระดับน้ำขึ้นสูงมากและลงต่ำมากในช่วงวัน เนื่องจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกับโลก จึงมีอิทธิพลในการดึงดูดน้ำทะเลให้มีระดับแตกต่างกันมาก ในแต่ละเดือน มีน้ำเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงวันเดือนเพ็ญ ตั้งแต่ วันขึ้น 13 ค่ำถึงวันแรม 2 ค่ำ และช่วงวันเดือนดับ ตั้งแต่ วันแรม 13 ค่ำ ถึงวันขึ้น 2 ค่ำ

spring-neap

ภาพจาก http://csep10.phys.utk.edu/astr161/lect/time/tides.html

ไกด์แนะนำให้เลือกช่วงเวลาระหว่าง ขึ้น 7-9 ค่ำ และ แรม 7-9 ค่ำ จะเป็นช่วงที่น้ำใส และอันตรายน้อยที่สุด

ถ้าเลือกได้ ต้นปีเราดูวันหยุดแล้วลองขีดไว้เลยว่าช่วงไหนที่เหมาะจะไปเที่ยวทะเล หาช่วงที่ลงตัวที่สุดของวันหยุดยาวประจำปี แล้วก็ลงมือจองทุกอย่างล่วงหน้าได้เลย

อ้างอิงจาก

Gentoo, profile contains unsupported EAPI

ไม่กี่วันก่อนพยายาม upgrade portage ของ Gentoo แต่เจอ error แปลกๆตามนี้

# emerge -u portage
!!! Unable to parse profile: ‘/etc/make.profile’
!!! ParseError: Profile contains unsupported EAPI ‘5’: ‘/usr/portage/profiles/eapi-5-files/eapi’
!!! If you have just changed your profile configuration, you should revert
!!! back to the previous configuration. Due to your current profile being
!!! invalid, allowed actions are limited to –help, –info, –sync, and
!!! –version.

รู้สึกว่าเกิดจาก bug ของ Gentoo และการที่ปล่อยระบบทิ้งไว้นานๆไม่ upgrade วิธีแก้ก็คือไปเปลี่ยนข้อมูลในไฟล์

/usr/portage/profiles/eapi-5-files/eapi

และเปลี่ยนเลขในไฟล์จาก 5 เป็น 4 save ไฟล์แล้วสั่ง emerge portage อีกครั้ง

จากนั้นแก้เลขในไฟล์ eapi กลับจาก 4 เป็น 5 แล้วลอง

emerge --sync

อีกครั้งก็จะแก้ปัญหาได้

Macbook Vertical Stand

เดิมทีโต๊ะทำงานผมจะใหญ่มากคล้ายโต๊ะในห้องแล็ป จะวางหนังสือหรืออุปกรณ์อะไรก็วางได้สบาย แต่พอย้ายที่อยู่ โต๊ะทำงานเล็กลง การวางอะไรก็ดูจะเป็นเรื่องยากเกะกะไปหมด โดยเฉพาะหนังสือและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

ปัจจุบันใช้ Macbook Pro 13″ รุ่น Mid 2010 ต่อจอข้างนอก แล้วปิดฝา Macbook ไว้ เพราะเวลาทำงานอยากได้จอใหญ่ๆ ครั้นจะวางแบบเดิมเหมือนที่ผ่านๆมาก็จะไม่มีที่เหลือให้วางหนังสือ เลยจำเป็นต้องหา vertical stand สำหรับMacbook มาใช้ เคยเห็นผ่านตามาว่า vertical stand ในท้องตลาดที่เด่นๆก็มี BookArc Pro แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างแพงมาก (สองพันต้นๆ) เลยจดๆจ่อๆอยู่นาน พอตัดสินใจจะซื้อก็หาซื้อไม่ได้แล้ว สุดท้ายเดินไปเจอ AluBase ที่ iStudio สยามพารากอน เห็นราคาแล้วก็ยังสูงอยู่แต่ก็ถูกกว่า BookArc เยอะ เลยต้องตัดสินใจซื้อเพราะกลัวจะหมดเหมือน BookArc อีก

ตัว AluBase มีขนาดไม่ใหญ่มาก กล่องมีขนาดประมาณฝ่ามือเท่านั้น

AluBase Box

พอเปิดออกมาจะพบตัว AluBase ซึ่งชิ้นที่เป็นอลูมิเนียมสามารถเอามาใช้กับ Bacbook Pro ได้เลย ส่วนปลาสติกเอาไว้เปลี่ยนเวลาใส่กับ Macbook Air

Unboxed IMG_5261

IMG_5263

เราสามารถถอดเปลี่ยนใส้ในได้จากเอาเหรียญบาทหมุนที่น้อตใต้ฐาน

IMG_5264 IMG_5265

เวลาวาง Macbook Pro ก็จะเป็นแบบนี้

IMG_5267

สรุปแล้วได้ vertical stand วัสดุดูดีสมใจ ด้วยราคาที่ต้องกัดฟันนิดๆ ขอติงเรื่องพนักงานขายของ iStudio ที่พารากอนนิดนึงตรงที่ไม่รู้ว่าเจ้า AluBase ใช้กับ Macbook รุ่นไหนขนาดไหนได้บ้าง ผมลองมาค้นดูในเว็บแล้วเค้าบอกว่าใช้ได้กับ Macbook รุ่น/ขนาด ต่างๆดังนี้

  • MacBook Pro with 13 Inch
  • MacBook Pro with 13-inch Retina Display
  • MacBook Pro with 15-inch
  • MacBook Pro with 15-inch Retina Display
  • MacBook Air with 11-inch
  • MacBook Air with 13-inch

Photoshop Blend Modes

หลายครั้งถ่ายรูปบุคคลแล้วต้องมาแก้ไขรายละเอียดบนผิวหน้าเช่นลบริ้วรอยสิว ฝ้า กระ รอยด่างดำต่างๆ ซึ่งก็มีหลายวิธี

ส่วนตัวแล้วลองวิธีที่เขียนไว้ในหนังสือ Adobe Photoshop CS3 Book for Digital Photographers ของ Scott Kelby ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างดี ในหลายๆเทคนิคใช้เรื่องของ Blend Modes มาควบคุมการผสานระหว่าง Layer ซึ่งทำได้ไม่ยาก ถ้าเข้าใจเรื่องของ  Blend Modes น่าจะช่วยให้สามารถประยุกต์ทำอะไรได้อีกเยอะ วันก่อนไปเจอ Link เรื่อง Photoshop Blend Modes Explained เลยเอามาลงไว้กันลืม

สถาปัตยกรรม และ อนาคตของ Apache CloudStack

วันก่อนไปเจอ slide ใน slideshare เกี่ยวกับเรื่อง roadmap ของ Apache CloudStack มีหลายๆเรื่องที่อยากได้มากคือ feature ใน version 4.2 และไปเจอว่า CloudStack กำลังเปลี่ยนไปใช้ Spring Framework

สำหรับเอกสารที่เกี่ยวข้องก็มีเรื่อง CloudStack Refactoring ลองดูใน Children page จะมีรายละเอียด

อีก slide ที่น่าจะพอทำให้เห็นความสามารถและสถาปัตยกรรมของ CloudStack ในอนาคต

ไหนๆก็ลงเรื่องนี้แล้วขอแปะเรื่อง เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมเข้าไปอีกสักเรื่อง

Geographic coordinate conversion

กำลังคิดถึงโครงสร้างของบริการตัวนึงซึ่งต้องมีพิกัดเข้ามาเกี่ยวข้อง เคยมีคนถามเหมือนกันว่า ข้อมูลพิกัดมีตั้งหลายแบบ จะใช้ตัวไหน ลองค้นข้อมูลดูจาก wiki พบว่ามีสามแบบหลักๆคือ

  1. พิกัดที่ประกอบด้วย degrees (integer), minutes (integer), และ seconds (integer, or real number) (DMS)
  2. พิกัดที่ประกอบด้วย degrees (integer) และ minutes (real number) (MinDec)
  3. พิกัดที่ประกอบด้วย degrees (real number) (DegDec) เท่านั้น

ในแง่ของ UI ที่ใช้ในการกรอกอาจจะมีให้ทั้งสามแบบให้เลือกใช้เอาจะได้ไม่ต้องไปคอยแปลงค่าให้วุ่นวาย

มาถึงเรื่อง back-end ที่จะใช้เก็บพิกัด ลองดูจากบทความเรื่อง NoSQL Databases: What Geospatial Users Need to Know ก็มีหลายบริการที่เลือก MongoDB เป็น back-end ที่ใช้เก็บข้อมูลพิกัด ที่เป็นแบบนั้นน่าจะเป็นเพราะว่า MondoDB มี Geospatial Indexes ในตัวซึ่งจะช่วยให้การ query ทำได้ง่าย

สำหรับข้อมูลเปรียบเทียบ NoSQL อื่นๆลองดูได้จาก http://kkovacs.eu/cassandra-vs-mongodb-vs-couchdb-vs-redis

และสุดท้ายอาจจะ ย้ายข้อมูลทั้งหมดจาก MySQL ไปเก็บบน MongoDB ทีเดียวเลย