เมื่อถึงคราวเปลี่ยนแบตฯให้ MacBook Pro

Macbook Pro ของผมมีอายุย่างเข้าปีที่ 5 ในปีนี้ นับว่าเป็น laptop ที่ทนที่สุดตั้งแต่ใช้มา แต่ประมาณสองปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นข้อความแปลกๆคือบอกว่าให้ Service Battery ตอนแรกก็ไม่อยากจะทำอะไรกับมัน ถ้าเอาเข้าศูนย์บริการก็กลัวจะบานปลายไม่คุ้มค่าซ่อมเลยต้องทนใช้มาเรื่อยๆ service-battery-indicator-mac ความเปลี่ยนแปลงหลังจากใช้มาคือเก็บไฟได้น้อยลงมาก และเริ่มเห็นว่าฝาใต้เครื่องเริ่มจะปิดได้ไม่พอดีซึ่งน่าจะเกิดจากแบตฯบวม ก่อนที่เครื่องจะพังไปมากกว่านี้ตัดสินใจเปลี่ยนแบตฯดีกว่า ลองค้นดูในเว็บราคาของแบตฯเทียบอยู่ที่ประมาณ 2,200-2,300 บาท พอไปเดินดูที่ Fortune ไปเจอแบตฯแท้ราคาอยู่ที่ 3,000 บาทเลยตัดสินใจซื้อมา เครื่อง Macbook Pro ของผมเป็นรุ่น 13″ Mid 2010 วิธีการเปลี่ยนแบตฯก็ทำตามคำแนะนำในเว็บ IFIXIT ซึ่งทำเองได้ง่ายมากๆ IMG_1999IMG_2002 เปลี่ยนเสร็จแล้วพอบูทเครื่องขึ้นมาก็เจอว่าเวลาของเครื่องโดนรีเซ็ท แต่พอต่ออินเทอร์เน็ตเวลาก็กลับมาถูกต้องเหมือนเดิมเพราะเซ็ท ntp เอาไว้ให้ sync เวลา Screen Shot 2544-01-01 at 07.01.44 ถึงตอนนี้ไม่มีข้อความเตือนให้ Service Battery แล้ว Screen Shot 2558-04-08 at 14.57.23 ดูข้อมูลของแบตฯตอนนี้กลับมาเป็นปกติแล้ว Screen Shot 2558-04-08 at 17.08.03 อันนี้ค่าเสียหายพร้อมนามบัตรของร้าน IMG_2004

USB to RS-232 Cable for OS X Mavericks

เมื่อหลายปีก่อนเคยตามหาสายแปลง usb เป็น RS-232 ที่ทำงานได้ใน  OS X เพราะต้องเอามาทำงานเกี่ยวกับ embedded Linux ลองมั่วๆซื้อมาสองแบบเพราะข้างกล่องเขียนว่าทำงานได้บน Mac (แต่ไม่ได้บอกว่าใช้ได้กับ OS รุ่นไหน) สุดท้ายก็ยังไม่มีตัวไหนใช้ได้ เลยต้องเอามาใช้ใน Linux หรือไม่ก็  Windows เพราะหาไดร์เวอร์ ได้ง่ายกว่า

ลองมาค้นดูใน Google อีกรอบ พบว่า USB-to-RS232 ที่ทำงานได้ใน OS X จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ชิป PL2303 ของ Prolific และ ชิป FTDI เนื่องจากมีไดร์เวอร์สำหรับ OS X แต่ความท้าทายอีกอย่างก็คือหาตัวอุปกรณ์ที่ใช้ชิปเหล่านี้ และมีขายในประเทศไทย

จากการค้นใน Google พบว่า USB-to-Serial Converter รุ่น UC-232A ของ ATEN ใช้ชิป PL2303 อยู่พอดี และตัว UC-232A ก็หาซื้อได้ที่ Fortune Tower ในราคาประมาณ 850 บาท (เจ็บแต่จบ)

ATEN USB-to_Serial Converter

 

เมื่อเอามาเสียบที่ Macbook Pro แล้วหน้าตาจะประมาณนี้

UC-232A

อ่านเพิ่มเติม

Homebrew, a package manager on OS X

homebrew

คนที่ใช้ Linux มาบ้างอาจจะคุ้นเคยกับ package manager ของ Linux distro ต่างๆเช่นในตระกูล Debian ใช้ apt  ใน Gentoo ใช้ emerge ใน redhat ใช้ rpm ใน Fedora ใช้ yum

package manager หรือ package management system เป็นเครื่องมือที่ช่วยจัดการขบวนการติดตั้ง อัพเกรด ตั้งค่าพื้นฐาน และลบ ซอฟต์แวร์ออกจากระบบปฏิบัติการ ถ้าหากไม่มี package manager จะทำให้ขบวนการดังกล่าวทำได้ค่อนข้างยาก เช่นจะรู้ได้อย่างไรว่าซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่มีรุ่นใหม่ออกมาแล้ว หรือถ้าหากจะลบซอฟต์แวร์ทิ้งจะต้องตามไปลบไฟล์อะไรบ้าง นอกจากนั้นยังมีความยุ่งยากในการจัดการเรื่อง dependency ของไลบรารี่ที่ใช้ร่วมกันอีกด้วย

ใน OS X ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก FreeBSD นับว่าเป็น Unix clone ตัวหนึ่ง ใน OS X นั้นมีซอฟต์แวร์ชื่อ Terminal ที่ทำให้สามารถใช้ Unix console ได้  งานหลายๆอย่างใช้ผ่าน Terminal นี้จะสะดวกกว่าเช่นการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีอยู่มากมายในโลกของ Unix แต่การจะดึงซอฟต์แวร์ต่างๆเหล่านี้มาใช้ได้นั้นถ้าทำผ่าน package manager จะทำได้ง่ายและสามารถจัดการได้ง่ายกว่าการติดตั้งด้วยตัวเอง

ใน OS X มี package manager ที่นิยมอยู่สองตระกูล อันหนึ่งคือ MacPorts และอีกตัวคือ Homebrew ส่วนตัวแล้วเคยลองทั้งสองตัวแต่ไม่เห็นความแตกต่างมากนัก แต่สุดท้ายก็เลือก Homebrew ถ้าอยากลองเปรียบเทียบทั้งสองตัวนี้ลอง google ดูก็จะพบ blog เกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย

สำหรับวิธีการติดตั้งและใช้งานเบื้องต้นสามารถอ่านได้จากลิงค์ Installing Homebrew on OS X Mountain Lion 10.8, Package Manager for Unix Tools

เข้าใจแล้วว่า Macbook Pro และ OSX มันดียังไง

ผมวางแผนจะซื้อ laptop เครื่องใหม่ก่อนจะลาออกจากบริษัทเดิมนานพอสมควร  ดูเอาไว้หลายรุ่นสุดท้ายตัดสินใจจะซื้อ Dell Latitude E4300 แต่ด้วยความที่หาซื้อยากไม่มีวางขายตามหน้าร้านทั่วไป ต้องสั่งผ่าน Sale เท่านั้น ลองค้นดูในเว็บ Sale คนที่ผมเคยคิดจะซื้อด้วยก็มีคนกล่าวหาว่าเป็นพวกย้อมแมวเอาเครื่องมายำรวมกันซะอย่างงั้น การจะติดต่อไปหา Sale ก็ดูเป็นเรื่องยาก ยังกับหาซื้อของเถื่อน สรุปแล้วผมหมดความอดทนกับการหาเครื่องรุ่นนี้โดยปริยาย

อ่านเพิ่มเติม